ไชโย! บาปหมดแล้ว

“Here I stand; I can do no other.”

“ผมมีจุดยืนที่มั่นคงอยู่ที่นี่ และไม่มีวันเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น” มาร์ติน ลูเธอร์ กล่าวอย่างมั่นคงต่อหน้าศาสนจักร

เมื่อผมคุยเรื่องพระคุณของพระเยซูกับใคร มักจะมีการตอบสนองจากคำพูด หรือ นัยน์ตาของเขาจะบ่งบอก อยู่สามลักษณะ คือ

1. โอดีจัง ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน ทั้งๆที่ไปโบสถ์มาร่วม 10 ปี

2. ไอ่นี่ไม่เชื่อฟังธรรม และคำสั่งสอนของบัญญัติ พระคุณต้องมีการเชื่อฟังคำด้วย เชื่อพระเจ้าต้องมีเชื่อฟังด้วย

3. ไอ่นี่เพี้ยน สอนผิด

บางครั้งผมไม่กล้าพูด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสนทนากับศาสนาจารย์ ศิษยาภิบาล ไม่ใช่ผมกลัว แต่ผมเกรงใจว่าจะก่อให้เกิดความสัับสนในความคิด และไม่ว่าจะตอบสนองด้วยแบบใดทั้งสามแบบอาจส่งผลกระทบในงานที่ทำในหน้าที่อยู่ เพราะมีดรรชนีชี้วัดประสิทธภาพการทำงานกำกับ หลายประการ  เช่น จำนวนคนมาโบสถ์ ยอดเงินถวาย การเติบโตของสมาชิก

แต่ไม่ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนไปสักเท่าใด ศาสนาคริสต์จะสอนศาสนาอีกนานเท่าใด ผมก็เหมือนมาร์ติน ลูเธอร์ คือ มีจุดยืนที่มั่นคงในพระคุณอยู่ที่นี่ และ ไม่มีวันเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น

พระคัมภีร์สอนเราว่า การอภัยโทษนิรันดร์ ไม่มีบาปเหลืออีกเลย ไม่เป็นคนบาป เป็นผลมาจากความเชื่อในพระเยซูเท่านั้น พระเยซูและพระคุณของพระเยซูเท่านั้นเป็นแหล่งพึ่งพิงเดียว ไม่ใช่การกระทำของเราไม่ว่าดีหรือชั่ว บาปหรือไม่บาป ก็ไม่มีผลอันใดต่อความรอดโดยความเชื่อในพระเยซู บาปทุกบาปต้องถูกลงโทษ การลงโทษทั้งสิ้นของบาปของท่านทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตทำเสร็จแล้ว แต่ไม่ได้ลงโทษท่าน แต่ย้ายบาป และ โทษของท่านไปที่พระเยซู และประหารพระองค์ที่ไม้กางเขนให้รับโทษทัณฑ์แห่งบาปชั่วของท่าน และด้วยความเชื่อในพระเยซู ก็ย้ายเอาความชอบธรรมของพระเยซูมาอยู่ที่ท่าน ท่านจึงเป็นคนชอบธรรมต่อหน้าพระเจ้าเสมอ และไม่มีบาปเหลืออยู่อีกเลย ท่านมีความเชื่อเช่นนี้ไหม

อ้าว! สอนอย่างนี้ก็ให้คนไปทำบาปได้อย่างสบายสิ เปล่าเลยครับ กลับยิ่งมีพระคุณครอบงำยิ่งขึ้น โรม 6:1-2: ถ้าเช่นนั้นแล้วเราจะว่าอย่างไร  ควรเราจะอยู่ในบาปต่อไป  เพื่อให้พระคุณมีมากยิ่งขึ้นหรือ อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย พวกเราที่ตายต่อบาปแล้วจะมีชีวิตในบาปต่อไปอย่างไรได้ ขอโทษผมขอถามกลับ หากผมไม่สอนอย่างนี้ แล้วสอนธรรมบัญญัติ ซึ่งหากท่านคิดว่าสอนถูก คือประพฤติตามบัญญัติและธรรมเนียม และระเบียบวิถีแบบท่านสอนอยู่ เหมือนในพันธสัญญาเดิม ท่านทำบาปน้อยลงหรือ? ท่านทำบาปน้อยลงหรือหากผมสอนว่าหากผิดธรรมบัญญัติแล้วท่านจะถูกพระเจ้าลงโทษ ท่านทำบาปน้อยลงหรือ? ตอบจากใจจริงสิครับ คำตอบคือ เปล่าเลย ท่านก็ยังเป็นนักทำบาปตัวยงอยู่เช่นเดิม ทั้งการกระทำและในใจของท่าน โรม 5:20 กล่าวว่า เมื่อมีธรรมบัญญัติ  ก็ทำให้มีการละเมิดธรรมบัญญัติปรากฏมากขึ้น  แต่ที่ใดมีบาปปรากฏมากขึ้น  ที่นั้นพระคุณก็จะไพบูลย์ยิ่งขึ้น โรม 11:6: แต่ถ้าเป็นทางพระคุณ  ก็หาได้เป็นเพราะทางการประพฤติไม่  ถ้าเป็นทางการประพฤติ  พระคุณก็จะไม่เป็นพระคุณอีกต่อไป

ผมอยากถามหน่อย หากท่านว่าพระคุณไม่สามารถชำระท่านให้ปราศจากบาปนิรันดร์ได้ ผมก็ต้องบอกว่า ท่านยังมีบาป เพราะถ้าผมถามท่านก็จะว่ามีเพราะท่านทำบาป ท่านจะบอกว่าต้องสารภาพก่อนบาปจึงถูกยกโทษ ไร้สาระทั้งเพ เขาสอนท่านผิด เพราะว่าหากท่านต้องสารภาพจึงจะถูกยกโทษท่านก็ไม่ต่างอะไรกับคาทอลิคเข้าไปในตู้สารภาพและนำเงินให้นักเทศน์เพื่อจะให้ยกโทษบาปจากพระเจ้า โอ้แม่เจ้า พระเยซูไม่ได้ทำอะไรให้ท่านเลยหรือ หรือว่าท่านถูกสอนว่า พระเยซูยกโทษบาปให้ท่านถึงแค่วันรับเชื่อเท่านั้น หลังจากนั้นต้องแสวงหาความชอบธรรมเอาเอง!

ผมอยากให้ท่านคิดตามผม คนบาปไปไหน ไปนรกใช่หรือไม่ หากท่านตายวันนี้และอยู่ต่อหน้าพระเจ้า ท่านจะถูกพิพากษาให้ไปสวรรค์หรือไปนรก ท่านกำลังเดินผ่านประตู แต่ท่านมีบาปไปด้วย เพราะท่านเชื่อแบบของท่าน ท่านไปไหน ไปนรกครับ ท่านเดินเข้าไปในโลตัส มีของเครื่องสำอางค์ติดแท็กอยู่กันขโมย ท่านหยิบไว้ใส่กระเป๋า แล้วผ่านแคชเชียร์ไปโดยไม่ชำระเงิน ท่านกำลังลงบันใดเลื่อนผ่านตัวแสกนเนอร์ มันร้องลั่นว่าท่านมี “ของผิด” อยู่ ท่านมีบาปอยู่ ประตูมันไม่เปิด มันร้องเตือน มัน “ตรวจจับ” ท่านได้ว่าท่านมีของต้องสำแดง หากท่านไม่เชื่อว่าท่านเป็นคนชอบธรรมตลอดเวลา ท่านก็ต้องเชื่อตรงข้ามคือท่านมีบาป บาปคือปัญหาเดียวของท่านที่ทำให้ท่านต้องตายฝ่ายวิญญาณ เพราะพระคัมภีร์บอกว่า คนบาปต้องพินาศ ท่านจะเข้าแผ่นดินของพระเจ้าได้ท่านต้องเชื่อว่าพระเยซูเป็นผู้ไถ่นิรันดร์ของท่าน และการงานของพระองค์ในการอภัยโทษบาปได้สำเร็จสิ้นบนไม้กางเขนแล้ว

มีคนถามผมว่า มีผู้ปกครอบ ไปข่มขืนเด็ก แล้วทนความรู้สึกผิดบาปในใจไม่ไหว เข้าใจว่าพระเจ้ายกโทษไม่ได้ แล้ว ฆ่าตัวตาย ไปสวรรค์ได้ไหม ผมก็ถามว่าแล้วเขาเชื่ออย่างไร พระเจ้าจะตัดสินเขาโดยความเชื่อ หรือ โดยสิ่งที่เขากระทำ ล่ะครับ คำตอบคือพิพากษาโดยความเชื่อใช่ไหม ว่าเชื่ออะไร ก็ต้องถามว่าเขาเชื่อถูกหรือผิด เชื่อพระเยซูว่าอย่างไร เชื่อไหมว่า พระเยซูที่ไม้กางเขนหลั่งเลือดเพื่อยกโทษบาปแห่งการข่มขืนได้หมด และยกโทษบาปแห่งการฆ่าตัวตายได้หมด หากเชื่อก็ไปสวรรค์ได้ ผมเชื่อทั้งหมดไม่มีสงสัยเลยว่า พระเยซูอภัยบาปทั้งสิ้นของโลก และพระเยซูอภัยบาปให้บรสุทธิ์เป็นนิตย์ ฮิบรู 10 ผมเลือกที่จะเชื่อง่ายๆ เพราะง่ายๆคือพระคัมภีร์บอกผมแบบนี้ หากเขาไม่เชื่อ เขาก็เชื่อตัวเอง ก็ไปนรก แต่เขาไปนรกไม่ใช่เพราะว่าเขาข่มขืน หรือเขาฆ่าตัวตาย เขาไปนรกเพราะเขาไม่เชื่อในพระเยซู และสิ่งที่พระเยซูทำสำเร็จบนไม้กางเขนต่างหาก

ใครเป็นคนที่ทหารยิงในช่วงสงคราม พวกเขายิงคนที่ล่วงประเวณี ขโมย ฆ่าคน หรือคนที่โกหกหรือเปล่า พวกทหารไม่ได้ยิงเพราะว่าคนนั้นทำดีหรือทำชั่ว มีมาตรฐานเดียเท่านั้นก็คือคนนั้นเป็นศัตรูของเขาหรือเปล่า ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นคนดีมากแค่ไหน แต่ถ้าเป็นศัตรูแล้วทหารก็จะยิง และไม่ว่าเขาชั่วร้ายมากแค่ไหน ถ้าเขาเป็นพันธมิตรกัน ทหารก็จะไม่ยิงเขา ท่านเข้าใจไหมครับ

ในจิตใจของคุณ มารซาตานทำให้คุณคิดว่า “สิ่งที่ฉันควรทำก็คือไปโบสถ์และทำความดี ฉันจำเป็นต้องใช้ชีวิตอย่างซ่อสัตย์เท่านั้นและไม่ทำบาป” ปัจจุบันมีคริสเตียนมากมายที่ติดตามการทำดีอย่างนี้ แต่ไม่มีใครที่จะทำดีได้โดยการพยายามทำดีด้วยตัวเขา และการตัดสินใจของเขาเอง นั่นเป็นเพราะว่าจิตใจของเราสื่อถึงกันกับมารซาตานและความชั่วร้ายก็เข้ามาใจจิตใจของเราอยู่ตลอดเวลา ถ้าคุณสำรวจเข้าไปจิตใจของคุณอย่างละเอียดแล้ว จิตใจชั่วร้ายของความเกลียดชังและยังคงผุดขึ้นมาในคุณอยู่เรื่อยๆ แม้ว่าคุณอยากทำดีก็ตาม ถ้าคุณตั้งเป้าหมายในตัวคุณเองเพื่อเอาชนะบาป คุณก็จะเห็นได้ว่าไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ถ้าทุกอย่างในจิตใจของคุณถูกเปิดเผยออกมาตงตรงตาที่มี คุณก็เป็นคนที่สกปรก ชั่วร้าย มีกิเลศตัณหาและเต็มไปด้วยการล่อลวงเหมือนกับคนอื่น ด้วยเหตุนี้คนจึงพยายามซ่อนจิตใจที่ชั่วร้ายเมื่อมันเกิดขึ้น และทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไร ดูภายนอกเป็นคนที่เคร่งศาสนา เป็นคนมีศีลธรรม ประพฤติตามคลองธรรมของธรรมบัญญัติ แต่พอดูในจิตใจกลับชั่วช้ายิ่งนัก แต่ไม่เคยยอมรับ

พี่น้องที่รัก อย่าคิดว่าคุณสามรถไปสวรรค์ได้ดดยการที่คุณทำความดีและเชื่อพระคำของพระเจ้า จงฝากตัวเองไว้กับพระเจ้าทั้งหมด พ่อไม่สามารถทำอะไรให้กับบุตรน้อยได้เลย เมื่อเขาอยูนอกบ้านพ่อ แต่เมื่อลูกของเขากลับเข้ามาในบ้าน พ่อทำให้ลูกของเขาสะอาดและสมบูรณ์ เช่นเดียวกันเมื่อคุณฝากตัวคุณไว้กับพระเจ้า พระเจ้าจะทำทุกอย่างให้คุณทั้งหด พระองค์ทรงรับผิดชอบทุกอย่างและให้ชีวิตใหม่กับคุณ พระองค์ทรงล้างความบาปของคุณไปแล้ว ไม่ว่าคุณจะมีมากแค่ไหน และพระองค์ทรงทำให้คุณีชีวิตสใหม่

นานมาแล้วผมเชื่อในตัวผอง และเมื่อผมพยายามใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์และห่างจากความบาป ผมก็จมอยู่ในความบาปทุกวัน แต่เมื่อผมฝากจิตวิญญาณของผมไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้า ผมก็สามารถได้รับประสบการณ์จากพระเจ้าที่ทำให้ผมออกห่างจากความบาป ผมพูดออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ว่าผมรู้สึกขอบคุณมากแค่ไหน ขอบคุณพระเจ้าจนสุดหัวใจ เพราะผมไม่ควรค่าเลย แต่กลับได้รับมากจนเกินพอ

ยังมีอีก!

นี่เป็นวิธีที่พวกเขาเร่ิมใช้ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของพวกเขา แต่การที่จะไปถึงระดับต่อไปของชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ พวกเขาต้องรับรู้ว่าชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณไม่สามารถดำเนินในทางอย่างนั้นได้ ถ้าคุณประสบความสำเร็จในธุรกิจของคุณ คุณจะยอมทิ้งธุรกิจนั้นแล้วไปทำงานกับคนอื่นหรือเปล่า ใครจะทำอย่างนั้นเมื่อตอนที่ธุรกิจของเขาไปได้ด้วยดี แต่คุณจะทำอย่างนั้นแน่ ถ้าธุรกิจของคุณล้มเหลว ทำนองเดียวกัน ถ้าคุณประสบความสำเร็จในการเอาชนะบาปได้ คุณจะยอมทิ้งความพยายามนั้นหรือไม่ คำตอบคือไม่แน่นอน คุณจะพยายามเพราะคุณคิดว่าคุณไม่ทำบาปได้ แต่คุณทำได้จริงหรือ?  คุณบังคับร่างกายคุณไม่ให้ทำบาปได้ คุณบังคับจิตใจที่แสนชั่วในคุณได้หรือ? คุณจะทิ้งธุรกิจของคุณหากมันไม่ได้  ทำนองเดียวกันคุณจะยอมทิ้งตัวคุณและความพยายามของตัวคุณหากคุณเข้าใจว่าคุณไม่สามารถเอาชนะจิตใจที่ชั่วนี้ได้เลย คุณทำได้แค่ยอมแพ้ และเมื่อนั้น คุณจึงจะต้องการพระเยซูได้ และเมื่อนั้นความเชื่อในการอภัยโทษนิรันดร์จึงจะชำระล้างจิตใจที่โสโครก และจิตใจที่เชื่อในความชอบธรรมที่เกิดจากการทำด้วยตนเองได้

ในชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ ถ้าคุณสามารถไม่ทำบาป ทำความดี และใช้ชีวิตทำให้พระเจ้าพอพระทัยเหมือนอย่างที่พระคัมภีร์กล่าว แล้วทำไมคุณจึงต้องการพระเยซู เราได้รับพระคุณของพระเยซูเพราะว่าเราไม่สามารถทำได้ โดยการทุ่มเทและการพยายามขอเรา ดังนั้นเหตุผลที่ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของคุณเป็นไปไม่ดี ไม่ใช่เหป็นเพราะคุณไม่มีความสามารถแต่เป็นเพราะว่าคุณทำได้ดีเกินไป

ฝ่ายจิตวิญญาณคือการเชื่อพระคำของพระเจ้ามากกว่าเชื่อความคิดของคุณเองและได้รับประสบการณ์เมื่อคุณอยู่ต่อหน้าปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งมันเป็นการตั้งพระคำพของพระเจ้าแทนที่จะตั้งควมคิดเห็นของคุณเอง แล้วใครล่ะที่อยากเชื่อพระคำของพระเจ้า มันง่ายก่าสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์ไม่ทำบาป จะเชื่อในพระคำของพระเจ้าหรือ คนที่ทำดีไม่ได้ คนที่ใช้ชีวิตอย่างไม่ซื่อสัตย์ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามมาแค่ไหนก็ตาม คนอย่างนั้นจะสามารถยอมแพ้กับตัวเองได้ และเข้ามาถึงความเชื่อที่จะเชื่อพระเจ้าได้

ใครจะสามารถมีชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณที่ง่ายๆ

คุณพูดว่า “ฉันทำบาปอีกแล้วฉันอยากเป็นคนดี แต่มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ฉันน่าจะไม่ทำบาปตั้งแต่นี้ไป” และตัดสินใจ แต่ก็ยังทำบาปอีก นี่เป็นพื้นฐานของชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณอย่างแท้จริง คนที่ไม่รู้อย่างนี้ก็พยายามทำดีด้วยตัวเองเพื่อที่จะใช้ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ แต่คนที่ทำอย่างนั้นจะไม่สามารถพึ่งพาพระเจ้าได้

ฉันแสวงหาพระคุณของพระเจ้าเพราะว่าฉันอ่อนแอ

“พระเจ้าผมอดอาหารไม่ได้ อ่านพระคัมภีร์ไม่ได้ หรือประกาศข่าวประสริฐไม่เก่ง แม้ว่าผมจะเป็นอาจารย์ก็ตาม ผมบกพร่องในหลายๆด้าน ขอทรงจูงนำจิตใจของผมให้อ่านพระคัมภีร์ ให้ผมอธิษฐาน ขอทรงนำผมให้ได้พบพระประสงค์ของพระองค์ที่มีอยู่ในพระคำ” แทนที่จะคิดว่า “ผมควรทำนี่และผมไม่ควรทำนั้น” ผมรู้ว่าผมไม่สามารถทำอะไร้ดเลย เว้นแต่พระเจ้าทรงทำให้กับผม

มีสองทางสำหรับเราในการเข้ามาหาพระเจ้า อย่างแรกคือการรักษาธรรมบัญญัติอย่างสมบูรณ์โดยที่ไม่ทำบาปและเข้ามาหาพระเจ้าโดยทางการทำดีของคุณ อีกหนทางหนึ่งคือการพูดว่า “พระเจ้า ขอทรงเมตตาผมด้วย และขอทรงชำระบาปให้ผมด้วย และแสวงหาพระคุณของพระเยซู เพราะว่าผมเป็นคนชั่วร้าย สกปรกและได้แต่ไปนรกเท่านั้น”

พระเจ้าอยากให้เราไปในเส้นทางที่สอง เราต้องมีความเชื่อที่จะพูดว่า “ไชโย บาปหมดแล้ว”

โรม 3:24-28 กล่าวว่า แต่พระเจ้าทรงพระกรุณาให้เขาเป็นผู้ชอบธรรม โดยไม่คิดมูลค่า โดยที่พระเยซูคริสต์ทรงไถ่เขาให้พ้นบาปแล้ว พระเจ้าได้ทรงตั้งพระเยซูไว้ให้เป็นที่ลบล้างพระอาชญาโดยพระโลหิตของพระองค์ โดยความเชื่อจึงได้ผล ทั้งนี้เพื่อสำแดงให้เห็นความชอบธรรมของพระเจ้า ในการที่พระองค์ได้ทรงอดกลั้นพระทัย และทรงยกบาปที่ได้ทำไปแล้วนั้น และเพื่อจะสำแดงในปัจจุบันนี้ว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ชอบธรรม และทรงโปรดให้ผู้ที่เชื่อในพระเยซูเป็นผู้ชอบธรรมด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วเราจะเอาอะไรมาอวด ก็หมดหนทาง จะอ้างหลักอะไรว่าหมดหนทาง อ้างหลักการประพฤติตามธรรมบัญญัติหรือ ไม่ใช่ แต่ต้องอ้างหลักของความเชื่อ

เพราะเราทั้งหลายเห็นว่า คนหนึ่งคนใดจะเป็นคนชอบธรรมได้ ก็โดยอาศัยความเชื่อนอกเหนือการประพฤติตามธรรมบัญญัติ

ฮาเลลูยาสรรเสริญพระเยซู

คงศักดิ์

Leave a Reply