Wisdom of Life

ชีวิตเป็นดั่ง “a puff of smoke”

วันก่อนอ่านข่าวเรื่อง คุณ บอย โกสิยพงษ์ และครอบครัว เกิดอุบัติเหตุที่ USA แล้ว เขียนลงมาบน facebook แล้วก็กลายเป็นข่าว โดยคุณบอย บอกว่า Life is a puff of smoke ชีวิตมนุษย์เป็นเหมือนหมอกควัน ชั่วครู่ สามารถกระจายหายไปได้ในพริบตา ที่ผมคิดถึงเรื่องนี้เนื่องจากคืนเมื่อวาน ผมนอนร้องไห้ ตลอดทั้งสัปดาห์ชีวิตมีแต่ความยุ่งเหยิง ผมมีสัปดาห์ที่เลวมาก มีแต่งาน ทำไปทำมาก็ไม่หมด ผมรักเงินทอง จิตใจมีแต่อยากทำงานให้ดีขึ้น ให้เติบโต ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง กับงาน กับบริษัทบ้าบอ ไหนจะทำสถานีวิทยุ ต้องจัดตั้ง ต้องซื้อของ วุ่นวายทั้งสัปดาห์ ผมลืมตัวไปชั่วขณะ ไม่ได้พักเลย นอนก็น้อย เมื่อคืนนี้ผมเข้าไปหลับพร้อมลูก คุยกันไปมาเรื่องถ้อยคำของพระเจ้าเรื่องวีรบุรุษกิเดโอน ก็เหมือนกับ เช็ค กิเดโอนต้องทดสอบเสมอ จึงจะเชื่อ (ผู้วินิจฉัย 6) ตอนเช้าแกบอกผมว่าจะไปซื้อน้ำเสาวรส ผมก็บอกว่าผม มีผลเสาวรส ของแท้ อยู่ในตู้เย็น ผมจะทำให้ แกบอกว่ายังไงรู้ไหมครับ? แกบอกว่าจะไปซื้อที่ร้านหลังบ้าน ซึ่งผมรู้ว่าใช้เสาวรสจากหัวเชื้อน้ำเสาวรส ผมก็บอกว่า เชื่อผมสิ ว่าของเราเป็นของแท้ จาก ลูกเสาวรสเลย ไม่ผสมอะไร แกบอกว่ายังไงรู้ไหมครับ?  แกบอก ป๊ารู้ได้ยังไงอ่ะ แน่จริงพาไปดูก่อน แล้วจะเชื่อ ผมก็เดินพาแกไปดูหัวเชื้อที่เขาปั๊ม ผสมน้ำแข็งขาย แล้ว ก็พากลับมาดูผลเสาวรส ที่ผมซื้อจากตลาดวโรรส แกก็ยิ้มแหะๆ ความเชื่อของคนก็เป็นแบบนี้ ไม่สามารถเชื่อถ้อยคำได้ เมื่อโตขึ้น มีจิตใจตัวเองมากขึ้น ก็จะเร่ิมเชื่อตัวเอง ไม่สามารถเชื่อถ้อยคำของพ่อได้ ความเชื่อของมนุษย์เราก็เหมือนกัน พระเจ้ามีถ้อยคำให้เราเรื่องการอภัยบาปสิ้น และเรื่องพันธสัญญาใหม่ เราเชื่อถ้อยคำของพระเจ้าสิ้นได้ยากยิ่งนัก เราสงสัยเสมอ เราวางใจยาก เราต้องการข้อพิสูจน์เสมอ เหมือน กิเดโอน

พระเจ้าบอกกิเดโอนว่า พระเจ้าจะอยู่กับเขาแน่ และเขาจะโจมตีคนมีเดียนเหมือนคนๆเดียว แต่กิเดโอนสงสัย และต้องการการพิสูจน์เสมอ บอกว่า “ถ้าพระองค์จะช่วยกู้อิสราเอลด้วยมือของข้าพระองค์ ดังที่พระองค์ตรัสแล้วนั้น ดูเถิด ข้าพระองค์ได้วางกลุ่มขนแกะไว้ที่ลานนวดข้าว แม้มีน้ำค้างเฉพาะที่กลุ่มขนแกะเท่านั้น ส่วนที่พื้นดินโดยรอบนั้นแห้ง ข้าพระองค์ก็จะทราบว่า พระองค์จะทรงช่วยกู้อิสราเอลด้วยมือของข้าพระองค์”

เราเป็นเช่นนี้เสมอ เราก็เหมือนเด็ก เราเชื่อตัวเอง เชื่อสถานการณ์รอบข้างเรา เชื่อสิ่งที่ตาเรามองเห็น

สักพักเจ้าตัวเล็กก็เผลอหลับไป ผมยังไม่หลับ แต่ใจวุ่นวายมาก คิดแต่เรื่องงาน ยังขาดอะไรอีก ทำไปถึงไหนแล้ว ต้องซื้ออะไรอีก ทำยังไงให้เสร็จเร็ว ทันใดนั้นผมได้ยินเสียงในวิญญาณ อย่ากลัวเลย จงวางใจ ทุกสิ่งที่เจ้าทำ อย่าทำเอง จงวางใจ ไม่มีสิ่งใดเลยที่ลูกทำสำคัญกว่าที่พ่อทำให้เจ้า เราอภัยบาปให้เจ้าสิ้น แม้กระทั่ง บาปแห่งการรักเงินทอง เราก็อภัยให้หมด ไม่มีเหลืออีกเลย เราไม่จดจำบาปของเจ้าเลย พ่อเข้าใจลูก เพราะเจ้าเป็นลูกของเรา ผมหลับตาลง ผมได้กลิ่นตัว หอมๆ เหม็นๆ ของเด็ก ผมสูดอากาศลึกๆ แล้วหลับตา ผมเร่ิมวางใจ และขอบคุณ น้ำตาผมไหลเป็นทาง ไม่หยุด วิญญาณผมขอบคุณพระเจ้า ทุกๆนาทีที่ผมได้เห็นลูก และภรรยา ได้มีสิ่งที่ทำอยู่ ได้ยังมองเห็น ได้ยิน ได้มีทุกสิ่ง ทั้งหมดนี้ ผมไม่มีค่าควรเลย เทียบกับสิ่งที่ผมได้กระทำมาในอดีต และแม้กระทั่งปัจจุบัน ที่ผมมีอยู่เพราะพระคุณทั้งสิ้น ผมขอบคุณทั้งน้ำตา แล้วมันก็ไหลไม่หยุด ผมหวลคิดถึงคำของคุณบอยข้างต้น และก็เข้าใจว่าเขาคิดอย่างไร ชีวิตผมอาจไปได้ทุกเมื่อ สิ่งที่ผมต้องทำคือ ขอบคุณ และไว้วางใจ เชื่อให้หมดทั้งใจไม่สงสัยใดๆ ผมเร่ิมเห็นตัวเองตอนเด็กวัยรุ่น พ่อแม่แยกทาง ผมติดยา และเหลวแหลก ผมโตในบ่อนไพ่ เพราะแม่พาผมไป ผมเรียนจบ ปวช.ได้เกรด 1.35 ผมต้องไปเช็ดรถคันละ 30 บาท จนผมได้พบกับพระเยซู สิ่งที่ผมเป็นวันนี้ ผมไม่ควรค่าที่จะได้รับอะไรเลย แต่เพราะพระคุณเท่านั้น รถไฟขบวนแห่งความสุขพึงพอใจรับผมขึ้นไปณ.วินาทีนั้น ผมพอใจในสิ่งที่ผมมีอยู่ และไม่ปรารถนาอะไรอีกนอกจากพระเยซู พระเจ้าให้ผมมากกว่าสิ่งใด และ สิ่งที่ผมมีตอนนี้ผมไม่สมควรได้รับเลยแม้แต่น้อย ผมควรจะไปเป็นนักเลงแถวตลาดน้อย เยาวราช และไล่เก็บส่วยหวยไปแล้ว พระเจ้ายกผมขึ้นจากโคลนตม ทั้งภายนอกและภายใน ภายในวิญญาณนั้นถูกยกขึ้นอย่างสูง จากบาปชั่วแสนสกปรก มาสู่ความสะอาด บาปผมทั้งหมดสิ้น ไม่ว่าอดีต ปัจจุบัน อนาคต ถูกอภัยไว้หมดสิ้น ผมเป็นคนชอบธรรมในทุกๆวันที่ผมได้กระทำบาป เพราะบาปทั้งสิ้นที่ผมกระทำวันนี้ก็ถูกยกไว้แล้วทั้งสิ้น โดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับผมตั้งแต่แรก แต่ความรักของพระเจ้าสำแดงออกอย่างนั้น ผมได้แต่ขอบคุณเท่านั้น

คุณบอย โกสิยพงษ์พูดไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย วันหนึ่งหากเราต้องไปด้วยเหตุที่เราไม่มีวันรู้ ไม่มีผู้พยากรณ์บอกเรา เราก็เป็นเหมือนหมอกควันที่พร้อมจะกระจัดกระจายไปอยู่ทุกเมื่อ แล้วเราจะยังเชื่อตัวเองอยู่อีกหรือ ทำไมเราเชื่อถ้อยคำของพระเจ้ายากนัก พระสัญญาของพระองค์เป็นพระสัญญาที่อุดมไปด้วยพระคุณ และความสมบูรณ์ แต่เรามีชีวิตอยู่ออกจาก พันธสัญญานั้น ยิ่งเราเชื่อตัวเองมากเท่าใด เราก็ยิ่งเชื่อถ้อยคำของพระเจ้ายากขึ้นเท่านั้น เราพยายามที่จะทำด้วยตัวเอง เราก็เป็นคนที่ยังเป็นเจ้าของตัวเอง รับใช้พระเจ้าไม่ได้เลย

ในโรงละครแห่งหนึ่งสามารถบรรจุคนดูได้ถึงเป็นหมื่นคน มีข่าวแพร่สะพัดไปทั่วอเมริกาว่าจะมีคนเอาไวโอลินราคา 200000 บาทมาเล่น ไวโอลินตัวนี้ถูกซื้อมาจากยุโรปเมื่อนานมาแล้ว และไม่เคยถูกเล่นในอเมริกามาก่อนเลย คนมาดูเต็มไปหมด และคนที่มาเล่นคือนักไวโอลินที่เก่งที่สุดในโลกชื่อว่า พาเพรูสกี้เป็นชาวรัสเซีย เมื่อการแสดงมาถึงนักไวโลินก็ออกมาแล้วบรรเลงเพลง เสียงปรบมือดังกึกก้องทั้งโรงละคร เสียงเพลงนั้นช่างไพเราะยิ่งนัก ไวโอลินก็ครางเหมือนเสียงเด็ก ร้องเหมือนเสียงนก และหัวเราะเหมือนคนสูงอายุอารมณ์ดี ผู้คนต่างก็ตื่นตะลึงใจในเสียงที่แสนเพราะจากไวโอลินที่แสนแพงตัวนั้น ผู้คนต่างบอกกันว่าเสียงเพราะจริงๆนะ ไม่เคยได้ยินเลย มิน่าเล่าราคาถึงตั้ง 2000000 บาท หลังจากบรรเลงจบก็มีเสียงปรบมือดังสน่ัน ขณะนั้นเองระหว่างที่กำลังปรบมือสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เขาได้กระแทกไวโอลินตัวนั้นอย่างแรงกับโต๊ะที่อยู่ข้างๆ มันแตกหักออกเป็นเสียงๆ คนตกใจกันใหญ่บ้าหรือเปล่านี้ ทุบทิ้งได้อย่างไร แพงจะตายแล้วเขาก็ไปเอาอีกตัวมาจากข้างหลัง และกล่าวว่าท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ท่านคิดว่าผมเล่นไวโอลินราคา 2000000 แต่จริงๆเป็นแค่ตัวละไม่กี้ร้อยบาท คราวนี้แหละผมจะเล่นตัว 2000000 ให้ดู เค้าเร่ิมเล่น แต่เสียงก็ไม่ไพเราะอะไรเกินไปกว่าตัวแรกที่เขาทุบทิ้งเลย พาเดรูกี้ยิ้มและกล่าวว่าท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย สิ่งที่ทำให้เสียงเพลงไพเราะไม่ใช่ไวโอลินหรอก มันเป็นคนที่เล่นมันต่่างหาก

อะไรสำคัญกว่าครับ อุปกรณ์ที่ใช้ หรือ ผู้ที่ใช้อุปกรณ์ ถ้อยคำของพระเจ้ากล่าววว่า “ในบ้านใหญ่หลังหนึ่งๆมิได้มีแต่ภาชนะทองและเงินเท่านั้น แต่มีภาชนะไม้และภาชนะดินด้วย บ้างก็เพื่อศิลปะ และบ้างก็สามัญ ถ้าผู้ใดชำระตัวให้พ้นจากสิ่งที่ไม่มีค่า เขาก็จะเป็นภาชนะที่มีค่า ซึ่งชำระให้บริสุทธิ์แล้ว เหมาะที่เจ้าของเรือนจะใช้ให้เป็นประโยชน์ พร้อมกับการดีทุกอย่าง”

ท่านอยากเป็นเจ้าของเรือน หรืออยากเป็นภาชนะ ท่านใช้ตัวเองได้หรือ จงตายกับตัวเอง ชำระตัวจากบาปทั้งสิ้น เพื่อท่านจะเป็นผู้ชอบธรรม และพระเจ้าจะใช้ท่านได้ และพร้อมจะเป็นประโยชน์ พร้อมกับการดีทุกอย่างที่จะมีในภายภาคหน้า

Leave a Reply

1 Comment

  • soontaree konthieng

    Aug 21, 2012

    Reply

    ขอบคุณพระเจ้า สำหรับคำพยานนี้ พี่อยู่ในสภาวะคลุมเครือในชีวิตมานานทีเดียว เหตุเพราะไม่ไว้วางใจ ขอบคุณมากจริงๆที่ชี้เหตุแห่งปัญหา และเชื่อว่าพระเจ้ามีทางออกให้กับชีวิตของพี่ เพียงแต่เชื่อและวางใจ ขอพระเจ้าอวยพระพรคุณและครอบครัวนะคะ