Wisdom of Life

ฮ่าๆๆๆ..เช็คชนะป๊าแล้ว กับโยเซฟสามีนางมารีย์

หลังจากเรื่องนี้ ผมจะเขียนน้อยลง (หลายคนดีใจ) เสียใจด้วยครับ ผมจะเขียนน้อยลง แต่จะพูดมากขึ้น ผมจะพูดเรื่อง ข่าวประเสริฐที่แท้จริง โดยผมจะประกาศข่าวประเสริฐที่แท้จริงนี้ โดยอิงจากโรมบทที่ 3-8 ผมจะไม่เขียนแล้วครับ เพราะจะลองพูด อัดลง utube แล้วส่ง link ให้ ลองดูว่าจะถูกด่าว่า ผมบิดเบือนข่าวประเสริฐไหม โดยให้ท่านลองฟังแล้วพิจารณาเองดู เพราะข่าวประเสริฐที่แท้จริงคือข่าวประเสริฐแห่งพระคุณ  คนที่บิดเบือนข่าวประเสริฐคือ คนที่สอนข่าวประเสริฐที่นอกเหนือจากพระคุณของพระเยซู (กาลาเทีย 1:6-8)

ฮ่าๆๆๆ..เช็คชนะป๊าแล้ว กับโยเซฟสามีนางมารีย์ บ้าหรือเปล่า เด็กธรรมดาคนหนึ่งกับโยเซฟสามีนางมารีย์มาเกี่ยวพันกันได้อย่างไร สำหรับผมว่าเกี่ยว ลองมาดูกัน

มัทธิว 1:18-21 เรื่องพระกำเนิดของพระเยซูคริสต์เป็นดังนี้ คือมารีย์ผู้เป็นมารดาของพระเยซูนั้น เดิมโยเซฟได้สู่ขอหมั้นกันไว้แล้ว ก่อนที่จะได้อยู่กินด้วยกันก็ปรากฏว่า มารีย์มีครรภ์แล้วด้วยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์ แต่โยเซฟคู่หมั้นของเขาเป็นคนมีธัมมะ ไม่พอใจที่จะแพร่งพรายความเป็นไปของเธอ หมายจะถอนหมั้นเสียลับๆ แต่เมื่อโยเซฟยังคิดในเรื่องนี้อยู่ ก็มีทูตองค์หนึ่งของพระเป็นเจ้า มาปรากฏแก่โยเซฟในความฝันว่า “โยเซฟบุตรดาวิด อย่ากลัวที่จะรับมารีย์มาเป็นภรรยาของเจ้าเลย เพราะว่าผู้ซึ่งปฏิสนธิ์ในครรภ์ของเธอเป็นโดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์ เธอจะประสูติบุตรชาย แล้วเจ้าจงเรียกนามท่านว่า เยซู เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่จะโปรดช่วยชนชาติของท่านให้รอดจากความผิดบาปของเขา”

พระคัมภีร์บอกว่ามารีย์ท้อง แต่ไม่ใช่จากโยเซฟ เพราะโยเซฟรู้ว่าไม่เคยสมสู่กับนาง แต่พระคัมภีร์บอกในข้อที่ 19 ว่า โยเซฟเป็นคนมีธรรมะ คือมีความดีในจิตใจ ไม่ใช่เป็นคนชั่วร้าย โยเซฟ ด้วยความดิดที่ดีของเขานั้นอยากจะเงียบๆ ไปแล้วถอนหมั้นเสีย เพื่อนางมารีย์จะไม่ได้ถูกหินขว้างตายตามธรรมบัญญัติของชาวยิวในสมัยนั้น
โยเซฟเป็นคนดีไหมครับ เราคิดว่าดีใช่ไหมครับ เพราะว่าอยากช่วยมารีย์ ไม่ถูกหินขว้างตายเพราะท้องไม่มีพ่อ ล่วงประเวณี ผิดธรรมบัญญัติแน่นอน
พี่น้องครับ ฟังดีๆนะครับ โยเซฟ มีความคิดที่จะเลือกสองทาง ดีและไม่ดี แต่ทั้งสองทางก็ไม่ได้เป็นความคิดของพระเจ้า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ถ้าโยเซฟเลือกทำไม่ดี เขาจะบอกธรรมาจารย์ว่า ผมหมั้นแล้ว แต่ มารีย์ท้อง ไม่ใช่ลูกผม ล่วงประเวณีแน่ แล้วถูกหินขว้างให้ตาย แต่ความคิดเขาเป็นความคิดที่ดี มีธัมมะ เขาจะเงียบไว้ แล้วถอนหมั้นเสียลับๆ ก็จะช่วยนางมารีย์ได้ โยเซฟกำลังคิดเรื่องนี้อยู่ แต่ ความคิดของโยเซฟ ก็ต่างจากความคิดของพระเจ้า
อิสยาห์ 55:8-9 เพราะความคิดของเราไม่เป็นความคิดของเจ้า ทั้งทางของเจ้าไม่เป็นวิถีของเรา” พระเจ้าตรัสดังนี้ พราะฟ้าสวรรค์สูงกว่าแผ่นดินโลกฉันใด วิถีของเราสูงกว่าทางของเจ้า และความคิดของเราก็สูงกว่าความคิดของเจ้าฉันนั้น”
ขณะที่โยเซฟยังคิดอยู่ว่าจะใช้การตัดสินทางความคิดของเขาแบบไหน และเขาเกือบที่จะเลือกความคิดที่ดีมีธัมมะของเขา พลันนั้น พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ตรัสกับเขาว่า อย่ากลัวเลยที่จะรับมารีย์เป็นภรรยา เพราะบุตรที่จะเกิดมานั้นคือเยซูและจะช่วยมนุษย์ให้รอดจากความผิดบาปของเขา
ความคิดที่ชั่วของโยเซฟ และความคิดที่มีธัมมะของเขา ทั้งสองความคิดเป็นความคิดที่ ตรงกันข้ามกับพระเจ้าทั้งสิ้น ถ้าเขาเลือกบอกธรรมาจารย์ นางมารีย์ก็ตาย พระเยซูก็ไม่ได้บังเกิดตามพระสัญญา ถ้า เขาเลือธัมมะ ก็คือถอนหมั้นเงียบๆ พระสัญญาก็ไม่เกิดอีก เนื่องจากต้องมาจากโยเซฟ ด้วย
ความคิดของมนุษ์ก็เป็นอย่างนี้ ดีเราว่าดีพระเจ้าชอบ ทำชั่วเราก็ว่าชั่วเป็นบาปพระเจ้าเกลียด เรามีความคิดของเรา เราต้องไม่ฟังความคิดของเรา เราต้องฟังพระคัมภีร์
เราต้องเลือกว่าจะเชื่อฟังตัวเอง หรือ จะเชื่อฟังพระเจ้า
พระเจ้าบอกวว่า “สำเร็จแล้ว” ล้างบาปสำเร็จแล้ว เราเชื่อฟังไหม ถ้าเราเชื่อฟัง เราก็เป็นคนชอบธรรมโดยความเชื่อนั้น ถ้าเราเชื่อฟังตัวเอง เราก็บอกว่าเราบาปอยู่ เราก็เป็นคนบาปอยู่
น้องเช็คก็เหมือนกัน
เขาเกิดจากอาดัม ผมบังคับให้เขาทำดีไม่ได้เลย ผมอาจบังคับได้โดยใช้ไม้เรียวขู่ ตะโกนเสียงดัง แต่ผมลองดูแล้ว ผมไม่เห็นแผลจากไม้เรียวจะช่วยให้เขาเป็นคนที่พึ่งพระเยซูได้เลย เขาทำดีเพราะกลัวพ่อ กลัวโดนฟาด ก็เท่านั้น ผมไม่ได้ให้เขาเรียนรู้ถึงความเชื่อเลย เขาเกิดมาเป็นคนบาป เหมือนผมเคยเป็น เหมือนทุกคน รับรากบาปจากอาดัม มารเป็นพ่อของเขา 2 ขวบก็โกหกเป็น ไม่เคยสอน มันมาเอง และมันก็มาอยู่เรื่อยๆ ตอนเล็กอยู่เชื่อพ่อ พอโตขึ้นมารู้จักตัวเอง ก็เชื่อตัวเอง สิ่งเหล่านี้อยู่ในจิตใจของมนุษย์ทุกคน

วันนั้นแกตะโกนลั่น “ป๊่าครับ… เช็คชนะแล้ว” และก็กระโดดบนเตียงจนเตียงเกือบพัง แล้วก็ตะโกนลั่น ฮ่าๆๆๆๆๆ ชนะ ชนะ ตะโกนลั่นบ้าน จนแสบแก้วหู เช็คชนะป๊า ผมก็ยิ้มๆ แล้วก็คิดว่า “เอ็งบ้าจริงๆ” ลูกผมเต็มบาทป่ะนี่ เรื่องมีอยู่ว่า เราเล่นรถแข่งกัน เป็นเกมส์บน iPhone ชื่อว่า Real Racing เป็น เกมส์ 3D ที่แจ๋วมากๆ เกมส์นี้ผมไม่เคยแพ้ใคร เอางี้ก็แล้วกัน รถผมในเกมส์เป็น จากัวร์ RXR 124 แรงม้า เครื่อง GT แรงสุดๆ ของแกเป็น BMW Z4 M Coupe 124 แรงม้า ซึ่งก็สูสีกัน แข่งกันที่การบังคับรถ และการเบรกตอนเข้าโค้ง ซึ่งผมขอบอก ไม่เคยแพ้ใคร ตอนเล่นก็ตกลงกันว่า แข่ง 3 ครั้ง ใครชนะ 2 ครั้งก่อนถือว่าชนะ เพราะผมไม่อยากเล่นมากกว่านี้เนื่องจากปวดคอ

ครั้งแรกแกชนะจริง โดยผมอ่อยให้นิดๆ แต่ผมพลาดจริง คือหลุดโค้ง ครั้งที่สองผมชนะ เลยเสมอกัน 1 ต่อ 1 ครั้งที่สามก่อนจะแข่งแกหันมามองหน้าผม และบอกว่าต้องชนะให้ได้ ไม่งั้นวันนี้ต้องเซ็งแน่ๆ แกเร่ิมตื่นเต้น และ ตั้งใจมองไปที่หน้าจอ (ผมอยากให้ตั้งใจเรียนหนังสือเหมือนแบบนี้) พอเร่ิมรอบสาม แกพลาด สองโค้งอย่างเห็นได้ชัด ผมนำหน้าอยู่ประมาณ 5 ช่วงตัว ถือว่ายากมากที่จะชนะผมได้ แกเริ่มหน้าถอดสี เพราะเอาจริง และรู้ว่า ผมจะไม่เล่นต่อแล้วเนื่องจากปวดคอ วันนี้ทั้งวันแกจะต้องแพ้ พอใกล้เส้นชัย ผมก็เบรก และรอนิดๆ ให้มีกำลังใจ และพอมาใกล้ๆ แกก็ปาดหน้ารถผม เข้าเส้นชัยไปนิดเดียว หลังจากนั้นก็ตะโกน บนเตียงอย่างที่ผมเล่าตอนต้น

ผมไม่บอกแกหรอกครับว่าผมแกล้งแพ้ ไม่รู้จะบอกทำไม ผมอยากให้แกมีความสุข ในวันหยุดยาวเช่นนี้ ผมอยากให้แกยิ้ม หัวเราะ ก็เท่านั้น ผมอยากให้แกโตขึ้น แล้วมาอ่านบทความนี้อาจจะจำได้ และมารู้ว่าผมแกล้งแพ้ แล้วค่อยขอโทษกัน

เพื่อนๆ ครับ สิ่งที่ผมอยากบอกสิ่งเดียวจากเรื่องนี้ก็คือ

ซาตานก็ทำแบบนี้กับเรา ถ้าเรายังเป็นคนบาปอยู่ มันรู้ว่าเรายังเป็นคนบาปอยู่ หรือเป็นคนชอบธรรมแล้ว มันจะใช้จุดอ่อนนี้หลอกลวงเรา ถ้าเรายังเป็นคนบาป มันจะหลอกให้เราพยายามเอาชนะบาป เพราะมันรู้ว่าเราทำไม่ได้เลย และทำไม่ได้ตลอด มันจะยอมอ่อยให้เราเป็นบางครั้ง และมันดีใจ เมื่อเห็นเราดีใจที่เราได้หลีกเลี่ยงบาป ขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่ คนบาปที่ทำความดี และพยายามเอาชนะบาปเป็นอาหารอันโอชะของมัน เพราะเราหลงตัวเอง เราดีใจที่เราชนะ มันชอบเพราะเรามองดูตัวเอง เพื่อนๆ เข้าใจได้ไหมครับ มันพอใจเมื่อเห็นเรามองเห็นตัวเอง มากกว่ามองไปที่พระเยซู มันเป็นพ่อของร่างกายเรา จิตวิญญาณเราบังเกิดใหม่ไปแล้ว ในพระเยซู มันชอบเห็นฟาริสีอธิษฐาน มันชอบเห็นธรรมาจารย์ใช้ธรรมบัญญัติ มันชอบเพราะคนบาปเป็นลูกของมัน

ถ้าคนไปโบสถ์แล้วรับใช้ขณะที่ยังไม่ได้เป็นคนชอบธรรม ยังไม่ได้ล้างบาป ยังเป็นคนบาปอยู่ มันยิ่งชอบใหญ่ เพราะหลงทางง่าย เพราะมันจะสอนให้เขารักตัวเอง รับใช้พระเจ้า และ หลงในความชอบธรรมที่เกิดขึ้นจากการรับใช้ หลงในฤทธิ์เดชที่คิดว่าได้จากพระวิญญาณ หลงในวังวนแห่งการทำให้พระเจ้าพอพระทัยด้วยการกระทำของตน ด้วยการรับใช้ของตน

มนุษย์เราไม่มีสิ่งใดให้พระเจ้ามองได้เลย ไม่มีเลยสักสิ่งเดียว ทุกคนเป็นคนบาปทั้งสิ้นในสายตาพระเจ้า ทางเดียวเท่านั้นที่เขาจะรอดได้ คือ เชื่อในพระเยซู ทิ้งตัวเอง ตายจากธรรมบัญญัติ เข้าสู่พันธสัญญาใหม่ คือพันธสัญญาแห่งการอภัยบาป

เมื่อเราเป็นคนชอบธรรมแล้ว การประพฤติตนตามความรอดจะเป็นความชอบธรรมจริงที่พระเจ้ายอมรับได้ เพราะผลของต้นไม้แห่งความชอบธรรม ก็จะออกผลเป็นความชอบธรรม พระเจ้าดูต้นไม้ที่ผลของมัน ถ้าต้นไม้เป็นต้นไม้ที่ชอบธรรม ผลของต้นไม้นั้นสำหรับพระเจ้าก็ชอบธรรมอยู่เสมอ พระเจ้าบอกเราอย่างนี้ เราจะเชื่อพระเจ้า หรือเชื่อความคิดของตัวเอง เหมือนกับเช็คและโยเซฟ

คนบาปถวายทรัพย์ก็เป็นทรัพย์บาป สิบลดบาป นมัสการบาป เพราะเป็นคนบาป จงปลดปล่อยความบาปของท่านโดยความเชื่อในการงานที่สิ้นสุดของพระเยซูที่ไม้กางเขนนั้น เพราะพระองค์บอกว่าพระองค์ตาย “ครั้งเดียว” เพื่อบาป “ทั้งสิ้น” ของเจ้า ทั้งอดีต ปัจจุบัน และ อนาคต ล้างทั้งสิ้น ให้สะอาดดั่งหิมะงาม

ท่านเชื่อไหม?

คงศักดิ์

gracethai.com

Leave a Reply