Wisdom of Life

ความเชื่อที่สมบูรณ์

คุณเป็นแก้วน้ำแบบไหนครับ?  แก้วน้ำที่เต็มแล้ว แก้วน้ำที่มีครึ่งแก้ว แก้วน้ำที่ว่างเปล่า แก้วน้ำแบบไหนที่ผมใส่น้ำเข้าไปได้ ถ้าคุณมีความดีของคุณอยู่ พระเจ้าก็ใส่น้ำเข้าไปไม่ได้เลย จิตใจคุณก็เหมือนแก้วน้ำ จงละทิ้งตัวเอง และทำลายความดีของคุณไปก่อน เมื่อคุณรู้ตัวว่ามืด คุณจึงเห็นความสว่างได้

By K. mm ครับ

มนุษย์เราเป็นคนบาป เพราะการละเมิดครั้งเดียวของอาดัม หลังจากนั้นมนุษย์ทุกคนจึงมีความบาป และทำบาปเรื่อยมา และมนุษย์ต้องถูกพิพากษาเพราะ ความบาปที่มี มนุษย์สามารถรอดจากการพิพากษาได้มีเพียงแค่ทางเดียวเท่านั้น คือ ต้องมีความชอบธรรม แต่ว่า คนบาปจะมีความชอบธรรมได้อย่างไร ?
พระคำโรม 5:16 บอกว่า การพิพากษาเกิดขึ้นเพราะการละเมิดครั้งเดียวของอาดัม แต่การละเมิดหลายครั้งนำไปสู่ ความชอบธรรม พระคำนี้แปลกมาก อาดัมทำผิดครั้งเดียว ทำให้เกิดการพิพากษา แต่ การทำบาปหลายๆครั้งกลับนำไปสู่ความชอบธรรม หมายความว่าอย่างไรกันแน่ !

ถ้าเราเข้าใจ พระคำนี้ให้พระคุณกับเรามาก นะครับ
คนทุกคนเกิดมาล้วนถูกสอนให้ทำความดี และทุกคนก็พยายามทำดี ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ส่วนมากมักจะทำบาปอยู่เรื่อยๆ บาปที่เกิดขึ้นในใจ แต่บางครั้งเราก็แสดงออกมา บางครั้งก็เก็บเอาไว้ไม่ให้ใครรู้
ทำดีต้องคอยสอนกันอยู่เรื่อยๆ ต้องคอยกระตุ้น ต้องปลุกเร้า หรือบางครั้ง ต้องมีรางวัลล่อใจ ให้ทำความดี
แต่ว่า บาป ไม่ต้องสอนก็ทำเป็นเอง เด็กเกิดมาไม่เคยมีใครสอนให้โกหก แต่ว่าไม่นานโตมาก็เริ่มโกหก เริ่มเกลียดชังคนอื่น เริ่มแย่งขนมเพื่อน ด่าเพื่อน อิจฉาเพื่อน ความบาปสารพัดออกมาจากมนุษย์โดยไม่ต้องสอน

แม้ว่า มนุษย์จะพยายามไม่ทำบาปแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ยังทำบาปอยู่เสมอ ทำมากทำน้อยก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์
จิตใจมนุษย์ไม่มีความแน่นอนมั่นคง แปรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
ถ้าเราวิเคราะห์จิตใจตัวเองจริงๆแล้ว เราจะพบว่า เราเป็นคนที่ได้แต่ละเมิดศีลธรรม อะไรที่ห้ามเราทำมาหมดแล้ว จริงไหม? คนส่วนมากจึงต่อสู้อยู่กับการพูดว่า “ฉันจะพยายามไม่ทำบาป ฉันจะเป็นคนดี”

คนที่คิดแบบนี้จึงไม่สามารถเข้าใจพระคำ ข้างบนได้ ” การละเมิดหลายครั้ง นำไปสู่ความชอบธรรม” พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ยิ่งทำบาปมาก ก็ยิ่งเข้าไปสู่ความชอบธรรม

อย่าเข้าใจผิดว่า ผมแนะนำให้ทำบาปนะครับ เข้าเรื่องเลยดีกว่าครับ

เพราะว่า การละเมิดครั้งเดียวของอาดัม ทำให้เกิดความบาป
ฉะนั้น การลบความบาป จึงต้องเป็นการเชื่อฟังในครั้งเดียว จึงจะสมบูรณ์
การพยายามจะเชื่อฟังหลายๆครั้ง หมายความว่า ไม่เชื่อ การเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง ไม่มีทางมีความเชื่อแท้จริงได้
ฉะนั้น หมายความว่า ในมนุษย์ไม่มีความเชื่อฟังที่สมบูรณ์ มนุษย์จึงไม่สามารถมีความชอบธรรมเองได้ พูดง่ายๆก็คือ ความดีของมนุษย์ ไม่ใช่ความชอบธรรม

ความชอบธรรม คือ ความเชื่อ และความชอบธรรมนี้มีอยู่ในพระเยซูเท่านั้น พระเยซูทรงมีความเชื่ออย่างสมบูรณ์
โรม 5: 19 “…คนเป็นอันมากก็เป็นคนชอบธรรมเพราะพระองค์ผู้เดียวที่ได้ทรงเชื่อฟัง…” และใน ข้อ 18 ก็บอกว่า “การกระทำอันชอบธรรมครั้งเดียว ก็นำการปลดปล่อยและชีวิตมาถึงทุกคน..”
คนเราจึงควรจะรู้จักตัวเองว่า ได้แต่ไม่เชื่อฟัง และทำบาป ไม่สามารถชอบธรรมได้ เพื่อคนคนนั้นจะได้รับความชอบธรรมของพระเยซู แล้วก็ใช้ชีวิต แต่ว่า ทุกคนล้วนแต่มีความชอบธรรมของตัวเอง และเชื่อในความดีนั้น และก็พูดว่า เราต้องพยายามทำความดีมากๆ ทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น ทำให้ดีที่สุด

แต่น่าเศร้าที่พวกเขาก็ได้แต่ละเมิด และทำบาป
พวกเขาไม่ยอมรับว่า ตัวเอง คือ คนบาป ในโลกนี้มีศีล มีธรรมบัญญัติมากมาย ในแต่ละศาสนา และคนเหล่านั้นก็ไม่เคยรักษาศีลเหล่านั้นได้เลย แต่ก็ยังพยายาม เพราะ ไม่มีใครรู้เลยว่า พระเจ้าให้ บัญญัติต่างๆมาเพื่ออะไร

“…เมื่อมีธรรมบัญญัติ ก็ทำให้มีการละเมิดธรรมบัญญัติมากขึ้น…”(โรม5:20)
พระเจ้าอยากจะทำลายความเชื่อมั่นของมนุษย์ ทำลายความชอบธรรมของเขา เพราะมันทำให้เขาไม่สามารถรับความชอบธรรมของพระเจ้าได้ พระเจ้าจึงให้ธรรมบัญญัติกับมนุษย์เพื่อให้เขาปรากฏแต่ บาป แล้วอยู่ต่อหน้าการพิพากษา
“ธรรมบัญญัติทุกข้อที่ได้กล่าวนั้น ก็ได้กล่าวแก่คนเหล่านั้นที่อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ เพื่อปิดปากทุกคน และเพื่อให้มนุษย์ทุกคนในโลกอยู่ใต้การพิพากษาของพระเจ้า”(โรม5:19)
คนที่อยู่ต่อหน้าการพิพากษา จะมีใครกล้าพูดได้บ้างว่า “ฉันมีความดี” ทุกคนต้องปิดปากสนิทอวดอ้างอะไรไม่ได้เลย
โจรบนไม้กางเขนที่อยู่ขวามือของพระเยซูได้เชื่อพระเยซู เพราะเขาไม่สามารถทำอะไรได้อีก ความเชื่อ เพียงครั้งเดียวนั้น ทำให้เขารอดได้ มันเป็นความเชื่อที่สมบูรณ์ เป็นความเชื่อครั้งสุดท้ายของเขา
ความผิดพลาดทั้งหมดของโจรคนนี้ ถูกลบล้างด้วยความเชื่อเพียงครั้งเดียวนี้ ความบาปของเราทั้งหมด
ก็เช่นกัน มันต้องถูกลบล้างไปภายในครั้งเดียวด้วย นั่นคือ การเชื่อในการไถ่ของพระเยซู
ความเชื่อในการไถ่นี้แหละ คือ ความชอบธรรม
การประพฤติ ไม่สามารถชอบธรรมได้ เพราะ ต้องทำหลายครั้ง
“โดยการถวายบูชาเพียงครั้งเดียว พระองค์ก็ได้ทรงกระทำให้คนทั้งหลายที่ได้รับการทรงชำระให้บริสุทธิ์แล้วนั้น ถึงความสมบูรณ์เป็นนิตย์”(ฮีบรู10:14)
การสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เพียงครั้งเดียวนั้น ทำให้เราสมบูรณ์เป็นนิตย์แล้ว ความบาปจบสิ้นแล้ว คนที่เชื่อเช่นนี้ คือ คนชอบธรรม
“…คนหนึ่งคนใดจะเป็นคนชอบธรรมได้ ก็โดยอาศัยความเชื่อ
นอกเหนือการประพฤติตามธรรมบัญญัติ”(โรม 3:28)

เราเห็นตัวเองหรือยังว่า จิตใจของเรามีแต่ความชั่วร้าย และได้แต่ละเมิดไม่เชื่อฟัง ถ้าเราเห็นและยอมรับจริงๆ เราก็ได้แต่จะเชื่อพระเยซูเท่านั้น และสามารถพูดได้ว่า “ฉันเป็นคนชอบธรรม” ได้อย่างชัดเจน

เห็นไหมครับว่า การละเมิดหลายๆครั้งนำไปสู่ความชอบธรรมจริงๆ

Leave a Reply