Wisdom of Life

คริสเตียนเอ๋ย! จริงๆแล้วคุณเป็นใคร?

คุณเป็นใคร?

คำถามนี้คุณต้องตอบถ้าคุณอ่านให้จบ  อย่าลืมนะผมไม่ได้ถามว่า คุณทำอะไรได้ หรือ ทำอะไรอยู่ หรือไม่ได้ทำอะไร ผมถามว่า “คุณเป็นใคร?”  คุณอยู่ในสถานะภาพใด เป็นอยู่หรือตายแล้ว เป็นลูกใคร ลูกซาตานหรือลูกพระเจ้า?

คุณอาจพร่ำบอกกับตัวเองว่า “ผมต้องแตกต่างจากชาวโลก เพราะผมเป็นคริสเตียน”  หรืออาจสงสัยอยู่กับความลี้ลับของการต่อสู้ในจิตใจและตะโกนว่า ทำไมผมพร่ำบอกชาวบ้านว่า พระเยซูคริสต์ดี แต่ทำไมผมถึงเป็นตัวอย่างที่ห่วยมากในการสำแดงพระคริสต์  หรือไม่ก็ถูกอาจารย์สอนในโบสถ์ว่า เราต้องมีชีวิตที่แตกต่างเป็นพระพรให้คนอื่น เพื่อคนอื่นจะเห็นพระคริสต์ในเรา และเราก็ถามตัวเองว่า เอ… แล้วทำไมกูทำไม่ได้ว่ะ ทำไมกูยังสบถด่าไอ่คนที่ขับรถตัดหน้ากู  ทำไมกูบอกกับตัวเองว่า ต้องบริสุทธิ์และไม่มองขาผู้หญิง แต่เมื่อหล่อนเดินมาใกล้ ตากูไปก่อนทุกที!  ทำไมฉันไม่อยากนินทาเลย แต่ปากฉันมันไปก่อน ทำไมฉันไม่อยากอิจฉา แต่ฉันตาร้อนตลอดเวลา ตอนอีนังนั่นได้ขึ้นเงินเดือน แต่ฉันไม่ได้ขึ้น หรือแฟนเขาหล่อว่าฉัน

เมื่อคนอื่นได้ดีกว่าฉันที่เป็นคริสเตียน ฉันโมโหทุกที ฉันโกรธอยู่เสมอ ทำไมมันไม่หายไป ฉันอิจฉาตาร้อนแม้แต่คริสเตียนด้วยกัน ทำไมพระเจ้าอวยพรคนนั้นทั้งๆที่ไม่ได้มาโบสถ์ทุกสัปดาห์  หรือว่ายังงี้…ผมต้องเลิกสูบบุหรี่ให้ได้สิ เพราะผมเป็นคริสเตียน แต่ทำไมผมเลิกไม่ได้ เมื่อไรพระเจ้าจะให้กำลังให้ผมเลิกได้ มีแต่คนอธิษฐานเผื่อผมโดยบอกว่าให้ผมพยายามและพระเยซูจะให้กำลังให้เลิกได้

ผมต้องเลิกสูบบุหรี่ให้ได้สิ เพราะผมเป็นคริสเตียน แต่ทำไมผมเลิกไม่ได้ เมื่อไรพระเจ้าจะให้กำลังให้ผมเลิกได้ มีแต่คนอธิษฐานเผื่อผมโดยบอกว่าให้ผมพยายามและพระเยซูจะให้กำลังให้เลิกได้ แต่ทำยังไงก็เลิกไม่ได้สักที ฉันอ่อนแอหรือ?  ทำไมพระเจ้าไม่ช่วยฉัน

พี่น้องทีรัก.. เรากำลังเชื่อตัวเอง เรากำลังเชื่อซาตาน เมื่อเราดิ้นรนเช่นนี้ พยายามเช่นนี้เรากำลังอยู่ในธรรมบัญญัติ เรากำลังพยายามด้วยตัวเอง ถึงแม้เรากำลังบอกว่าพระเยซูกำลังช่วยเราให้ทำได้ เรากำลังเข้าใจผิด พระเยซูไม่ได้มาช่วยเราให้เอาชนะการกระทำบาป พระองค์มาเมื่อช่วยให้เราพ้นจากบาป พ้นจากโทษแห่งบาป ท่านเข้าใจไหมครับ?  ความเชื่อในพระคุณของพระเยซู คือการยอมจำนน ไม่ใช่การพยายาม ยิ่งเราศิโรราบ เราให้พระองค์ทำงานผ่านทางชีวิตของเราได้ มีคนเปรียบว่าเหมือนกับ เมื่อเราอยากจะนอนนิ่งๆอยู่ในน้ำ ยิ่งเราตีขา ยิ่งเราดิ้นรนเท่าไร เรายิ่งจม ทำไมลอยไม่ได้สักที เพราะเราดิ้นรนไงครับ ลองนอนนิ่งๆ นิ่งๆ สงบ แล้วให้น้ำพยุงตัวเรา ปล่อยวาง ยอมจำนน แล้วพระองค์จะมีเวลาของพระองค์ให้ท่านพ้นจากสิ่งนั้นได้ ความรักเท่านั้นจะทำให้เรามีชัยชนะได้ ความโกรธ การด่าทอ การขโมย ความอิจฉา การล่วงประเวณี การไม่ไปโบสถ์ การมองเกิดกำหนัด ความเกลียดชัง เหล่านี้พาเราไปลงนรกไม่ได้หรอกครับ เพราะพระเยซูยกโทษเสียสิ้น ไม่มีเหลืออีกเลย สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีผลอะไรเลยต่อความสัมพันธ์ของเราที่มีต่อพระเยซู แต่ถ้าเราอยากจะเลิกด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากเป็นมะเร็ง ไม่อยากด่าเขา ไม่อยากติดเอดส์ ไม่อยากติดคุกใช้ความรักสิครับ ความรักจะทำให้เลิกสูบบุหรี่ได้ เรารักตัวเอง รักปอดของเรา รักลูกของเรา เรารักเขาก็ไม่ด่าเขา ไม่อิจฉาเขา เห็นไหมครับ?  เดี๋ยวนอกเรื่อง เพราะเขียนเรื่องนี้ไม่ได้บอกว่าทำอย่างไรให้เอาชนะการกระทำบาป

ประเด็นที่ผมอยากชี้ให้เห็นคือ

เราเป็นใคร?  เป็น สิ่งที่เป็นเรากำหนดปลายทางของเรา กำหนดที่ที่เราไป บ่งบอกว่าใครเป็นเจ้าของเรา เราต้องมั่นใจก่อนว่า จริงๆแล้วเราเป็นใคร ใครเป็นเจ้าของเรา  ในพระคัมภีร์ในใจของพระเจ้านั้นบอกเราถึงความเชื่อ ความเชื่อเป็นสิ่งบ่งบอกว่าเราเป็นใคร

เมื่อก่อนเราเป็นทาสของซาตาน คือชีวิตเราเป็นของมัน ถูกแช่งสาปอยู่ใต้ธรรมบัญญัติ (กาลาเทีย 3:13)และ ธรรมบัญญัติก็ปิดปากเราเงียบไม่ให้มีเสียง (โรม 3:19) เราไม่มีสิทธิ์ เพราะเราเป็นทาสของมัน เราถูกกดทับและถูกผูกมัดด้วยความบาป (โคโลสี 2:14) และกล่าวโทษจากความบาปของเรา….พอมาตรงกันข้าม ผมรับพระเยซูคริสต์และชีวิตของพระองค์อยู่ในผม ผมก็หลุดพ้นคำแช่งสาปแห่งธรรมบัญญัติ (กาลาเทีย 3:10) ความตายของพระองค์ทำให้ผมตายจากธรรมบัญญัติ เพราะพระองค์ทรงตรึงบัญญัติเหล่านั้นไว้ที่กางเขน (โคโลสี 2:14) พระองค์ทำให้เราหลุดพ้นจากการเป็นทาสซาตาน มาเป็นทาสของพระเจ้า มีเสรีภาพในความชอบธรรมอยู่เสมอทางความเชื่อ ผมไม่ได้ถูกกดทับ และกล่าวโทษผมด้วยธรรมบัญญัติไมได้อีก เพราะพระเยซูได้ทรงทำธรรมบัญญัติให้สำเร็จด้วยความรักที่มีให้ผมแล้ว ผมจึงหลุดพ้นจากความเป็นทาส และหลุดพ้นจากความตาย ชีวิตของผมเป็นชีวิตของพระเยซูแล้ว พระเยซูมีชีวิตผ่านทางชีวิตของผม

เหมือนว่า ตอนนี้คุณเป็นทาสของนายจ้างคนหนึ่ง เมื่อคุณเป็นทาส นายก็เป็นเจ้าของคุณ ไม่ว่าเมื่อใดคุณก็เป็นทาสรับใช้นายท่านนี้ ตลอดเวลา คุณมีฐานะเป็นทาส ความเป็นทาสไม่เคยเปลี่ยนและไม่มีวันเปลี่ยน คุณต้องรับใช้นายตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แต่เมื่อตอนนายหลับล่ะ คุณก็ได้มีโอกาสนิดหน่อยที่จะได้ทำตามใจชอบ ซักผ้าให้ตัวเอง และตักข้าวกินเอง แต่นั้นมิได้แปลว่าคุณพ้นจากความเป็นทาสเลย คุณแค่ไปทำบางอย่างเพื่อตัวเองเท่านั้น หรืออาจจะว่า วันศุกร์นายไปทำงานต่างจังหวัดคุณก็เลยไปเที่ยวตลาด ได้ไปทำอะไรที่คุณต้องการ ไปเดินเที่ยว แต่ก็ไม่ได้แปลว่า “ความเป็นทาส” นั้นหมดไป คุณแค่มี เสรีภาพ เล็กๆเท่านั้น

คุณเป็นทาสของซาตาน ต่อให้คุณทำความดี หรือทำตาม “วิถีแห่งศาสนาคริสต์” หรือ “แนวทางคริสต์” มากแค่ไหน คุณก็เป็นทาสของซาตาน ซาตานก็เป็นเจ้าของคุณ คุณเข้าใจไหมครับ?

แต่ถ้าคุณเป็นลูกของพระคริสต์ เป็นลูกของพระเจ้า เจ้าของคุณคือพระคริสต์ สิ่งที่คุณกระทำผิดชั่ว คุณก็ดำรงสถานะภาพความเป็นลูกของพระคริสต์อยู่ดี มันสำคัญว่า ใครเป็นเจ้าของคุณ กำหนดสถานภาพของคุณ คุณเข้าใจไหมครับ?

คุณเป็นลูกเจ้าของบ้าน เป็นทายาท ต่อให้แอบเข้าครัวช่วยทาสทำอาหาร ก็ไม่ได้แปลว่าคุณเป็นทาส คุณก็ยังเป็นทายาทของเจ้าของบ้านอยู่ดี คุณเข้าใจไหมครับ?  คุณเป็นทาส ต่อให้คุณแอบไปนอนบนเตียงลูกเจ้าของบ้าน คุณก็ยังคงสภาพเป็นทาสอยู่

คุณยังเป็นลูกของซาตานถ้าคุณยังฟังเสียงซาตานเรื่องความผิดบาป การกล่าวโทษ คุณยังมีบาป ในใจคุณยังไม่หมดความบาป คุณยังมีบาปไม่หมดไปจากใจ ยังเป็นคนที่ “ยังไม่ถูกยกโทษ” คุณก็ยังไม่ได้มอบความเชื่อไว้วางใจไว้ในสิ่งที่พระคริสต์ทำบนไม้กางเขนนั้น คุณก็ยังไม่ได้เป็นลูกของพระเจ้า คุณก็เป็นลูกของซาตาน ต่อให้คุณพยายามทำความชอบธรรม ทำความดี ทำตามศาสนา ทำตามวิถีคริสต์ (ถวายสิบลด ไบโบสถ์ทุกอาทิตย์ เป็นพยาน แจกใบปลิว ประชุมอธิษฐาน ประชุมนั่น ประชุมนี่ วางแผนการประกาศ เดินออกไปเผยแพร่ ทำความดี เป็นแบบอย่าง) มากแค่ไหน สม่ำเสมอแค่ไหน คุณก็ยังเป็นลูกของซาตาน เป็นผลไม้แห่งความบาป ทำอย่างไรมันก็เป็นอย่างนั้น เพราะตัวคุณยังไม่เปลี่ยน คุณยังไม่ได้บังเกิดใหม่ ยังไม่ได้บังเกิดใหม่ฝ่ายวิญญาณ แค่ปฏิบัติกิจที่ต่างไปจากเดิมและมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม…ก็แค่นั้น ตรงกันข้าม หากคุณเป็นลูกของพระเจ้า บังเกิดใหม่แล้ว โลหิตพระคริสต์ชำระคุณให้สะอาดดั่งหิมะงาม คุณก็เป็นผลไม้แห่งความชอบธรรม เป็นบุตรของพระเจ้าทางความเชื่อ และได้ความชอบธรรมขอพระคริสต์ทางความเชื่อนั้น คุณเป็นคนที่ถูกยกโทษแล้ว เป็นปุโรหิต เป็นศิลาที่มีชีวิต (1เปโตร2:5) เป็นภาชนะของพระเจ้า (2โครินธ์ 4:7) ได้ สิ่งที่คุณทำ ก็เป็นสิ่งที่ชอบธรรมเสมอ แม้กระทั่งสิ่งชั่วที่คุณทำก็เป็นผลแห่งชอบธรรมเสมอ เพราะว่าถูกยกโทษให้หมดสิ้นแล้ว คุณเข้าใจไหมครับ? พระเจ้าไม่ได้เห็นผิดเป็นถูก หรือให้เราเรียกบาปว่าดี และใช้พระคุณไปเป็น ประตูช่องทาง เพื่อทำบาปให้สนุก แต่พระคัมภีร์บ่งชี้ชัดว่าบาปทุกยกหมดแล้ว คำถามคือ คุณเชื่อไหม?  คุณไว้วางใจในกางเขนนั้นได้สุดใจไหม?  คุณเช้าใจไหมครับ? เมื่อเราเป็นลูกขอพระเจ้า เป็นต้นไม้แห่งความชอบธรรม เรามอบตัวเราให้ตายต่อตัวเอง ตายต่อธรรมบัญญัติ และเป็นผู้ที่มีชีวิตแล้ว (1 ยอห์น 5:13) เราจะมีพระคริสต์ในชีวิตเรา เป็นที่หวังแห่งศักดิ์ศรี (โคโลสี 1:27) และดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณเช่นนั้น สิ่งที่พระคริสต์ทำจะค่อยๆปรากฏออกมา บาปจะเอาชนะได้ด้วยความรัก ไม่ใช่ด้วยความพยายาม คุณเป็นใคร ต้องตอบให้ได้ก่อน คุณเป็นลูกพระเจ้า หรือเป็นลูกซาตาน?  เป็นลูกเจ้าของ หรือเป็นลูกทาส?  เป็นต้นไม้แห่งความชอบธรรม หรือ ต้นไม้แห่งความบาป?

พี่น้องที่รัก โรม 3:25 กล่าวว่า “พระเจ้าได้ทรงตั้งพระเยซูไว้ให้เป็นที่ลบล้างพระอาชญาโดยพระโลหิตของพระองค์   โดยความเชื่อจึงได้ผล   ทั้งนี้เพื่อสำแดงให้เห็นความชอบธรรมของพระเจ้า   ในการที่พระองค์ได้ทรงอดกลั้นพระทัย   และทรงยกบาปที่ได้ทำไปแล้วนั้น”

เราไม่มีความชอบธรรมเลย ความชอบธรรมของเรามาจากพระเจ้าขึ้นอยู่กับความเชื่อ (ฟิลิปปี 3:9) เราไม่มีความดีเลย ความดีของเรามาจากพระเยซู เราไม่มีความชอบธรรมเลย ความชอบธรรมเรามาจากพระเยซู เราไม่มีความรอดเลย ความรอดเรามากจากพระเยซู เราไม่มีอะไรเลย ทุกอย่างมาจากพระเยซู มาโดยพระเยซู มาเพื่อพระเยซู ทั้งสิ้น (ฮิบรู 2:10) นี่คือชีวิตคริสเตียนที่แท้จริง มีพระเยซูเป็นศูนย์กลาง

ชีวิตในพระคริสต์จึงไม่ได้พึ่งพิงอยู่กับสิ่งที่เราทำ แต่พึ่งพิงกับสิ่งที่เราเป็น เราเป็นใคร? เราเป็นใครขึ้นอยู่กับความเชื่อของเรา พระคัมภีร์บอกเราเช่นนั้น ถ้าเราเชื่อพระเยซู และการงานที่สิ้นสุดของพระคริสต์บนไม้กางเขน และ การที่พระองค์เป็นขึ้นจากตายประทานชีวิตใหม่ให้เรา เราจึงเป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว ไม่ได้มีชีวิตตนเองอีกต่อไป ตัวเก่าที่อยู่ใต้ความเป็นทาสของความบาป และบัญญัติ และเป็นลูกของซาตานได้ตายไปแล้ว บัดนี้เป็นลูกของพระคริสต์ และ เป็นผู้ที่ถูกยกโทษแล้ว เป็นคนชอบธรรมแล้ว ไม่มีสิ่งใดแยกความสัมพันธ์นี้ได้อีก คุณเชื่อแบบนี้หรือไม่?  คุณเป็นลูกของพระคริสต์ หรือเป็นแค่คริสเตียนไปโบสถ์ แล้วบอกว่า ผมยังเป็นบาป ยังมีบาป เพราะผมยังทำบาป ผมต้องให้พระเยซูช่วยผม ผมอ่อนแอ ผมต้องไปโบสถ์ ไม่งั้นผมผิดบาป และผมห่่างออกจากพระเจ้า ถ้าคุณเชื่อแบบนี้ ก็ตัวใครตัวมันครับ!  คุณเป็นใคร?  เป็นคำถาม ไม่ใช่ คุณทำอะไร? เป็นคำถาม

ต้นมะม่วงอกร่องทองย่อมออกลูกเป็นมะม่วงอกร่องทอง จะเป็นมะยมได้อย่างไร?  ต่อให้มันพยายามแค่ไหนก็ออกลูกเป็นมะยมไม่ได้ ในทางกลับกัน ต้นมะยมเปรี้ยว พยายามอย่างไรก็ออกลูกเป็นมะม่วงอกร่องทองไม่ได้ ต่อให้เราลูกมะม่วงไปแปะ เราเอากิ่งมะม่วงไปต่อ ไมเพาะชำ อย่างไรก็ไม่ได้ เพราะต้นไม้มันเป็นต้นมะยม

คุณเป็นต้นไม้แห่งความชอบธรรม หรือ เป็นต้นไม้แห่งความบาป ถ้าคุณบอกว่ายังมีบาปในชีวิตคุณก็เป็นต้นไม้แห่งความบาป ทำดีแค่ไหน ไปโบสถ์แค่ไน ถวายสิบลดแค่ไหน ประชุมอธิษฐานแค่ไหน ก็เป็นต้นไม้แห่งความบาป ผลดีที่ออกมาเป็นผลบาปเสมอในสายตาพระเจ้า

แต่ถ้าคุณเป็นต้นไม้แห่งความชอบธรรมได้ชำระแล้วโดยโลหิตพระคริสต์ คุณก็ออกผลชอบธรรมเสมอ คุณเป็นคนชอบธรรม สิ่งที่สำแดงออกก็ชอบธรรมเสมอ เพราะได้ถูกชำระหมดสิ้น

ถ้าผมถามว่าคุณล่ะเป็นใคร?  เป็นคนชอบธรรม หรือ เป็นคนบาปอยู่

คุณอาจตอบว่า:  แต่ผมไปโบสถ์นะ ผมถวายสิบลดไม่ได้ขาด ผมรักษาสะบาโต ผมกระทำความดี ผมสรรเสริญพระเจ้า ผมเป็นคริสเตียนสังกัดสมาชิกที่โบสถ์นี้มายี่สิบปี ผม ผม ผม ผม ผม…

ผมถามว่า คุณเป็นใคร?  เป็นลูกพระเจ้า หรือ เป็นลูกซาตาน

คุณกลับตอบว่า คุณทำอะไร!  ผมไม่ได้ถามว่าคุณทำอะไร หรือคุณไปไหนในวันอาทิตย์ ผมถามว่าคุณเป็นใคร

ท่านเข้าใจไหมครับ :)

Leave a Reply