Wisdom of Life

ผมอยากเชื่อพระเยซู

วันหนึ่งวันนั้น เวลาประมาณหนึ่งทุ่ม ผมบอกตามตรง ยุ่งมากกก  พรุ่งนี้ประชุมใหญ่ สายงานรัดตัว ตารางเวลาแสนแน่นเอี้ยด เวลา ไม่ต้องดู คืนนี้ดึกแน่ ไหนจะเตรียมบรรยาย เรื่องต่างๆ หัวข้อ หัวข้อย่อย ปัญหาในร้าน หัวใจเต้นแรง ตาจ้องจอเขม็ง ไม่กระพริบ ไม่แม้แต่หันมอง สมองรัวถี่ยิบ เรียบเรียงถ้อยคำวิ่งลงสู่นิ้วมือ พิมพ์ไปด้วย คิดไปด้วย

ทันใดนั้น มีเสียงน้อยๆ แว่วมาจากหน้าโต๊ะทีวี “ป๊า…”

ตอบสนองด้วยจิตสำนึกโดยไม่ต้องมองแหล่งที่มาของเสียง “คร้าบบ”

เจ้าของเสียงเรียกมองหน้าผม และรู้ว่า ด้วยเสียงตอบนั้นมาแต่เสียงแต่สายตาไม่ได้มาด้วย จึงว่า “ป๊า คร้าบบ”

“คร้าบบ” ผมตอบเสียงดังขึ้น แต่ตายังมองหน้าจออย่างไม่กระพริบ ในใจก็คิด “อีกแล้วววว จะทำงานสักหน่อย”

น้องเช็คมองหน้าผมอีก คราวนี้ “ป๊า มองเช็คหน่อยยยย”

ผมเหลือบตาขึ้นมอง คิ้วขมวดเล็กน้อย ด้วยความไม่พอใจเนื่องจากถูกแทรกแซงทางความคิด หรือเรียกง่ายๆว่า กวนใจนั่นเอง

“มีไรลูก” ผมถาม

“ป๊่า ร้องเพลง พระเยซูรักฉันรู้แน่ให้เช็คฟังหน่อย” เช็คขอด้วยสายตาวิงวอน

ผมตอบทันที “ตอนนี้ เนี่ยนะ” ลูกตอบ “ครับ เช็คอยากฟังตอนนี้แหละ”

ผมตอบลูกอย่าเสียไม่ได้ “ไม่ได้หรอกลูก ป๊าต้องทำงาน ยังไม่เสร็จ ไม่รู้จะเสร็จเมื่อไร” เช็คขออีก “ร้องแป๊ปเดียว”

ผมไม่สนใจ ทำงานต่อ นิ้วพิมพ์อีกแล้ว เช็คเดินมา มาแกล้งผม กดหน้าแป้นคีย์บอร์ด คิ้วผมเร่ิมขมวดหนักขึ้น ตามองแล้วเริ่มเสียงแข็งห้าม เช็คยังยิ้ม หัวเราะที่ได้แกล้งพ่อไม่ได้ทำงาน “ป๊่าทำงานอีกแล้ววว ไหนว่า….ทำงานเสร็จแล้วไง”

ก่อนที่จะโกรธมากกว่านี้ ผมจึงบอกว่าผมจะร้องเพลงหนึ่งครั้ง แล้วเช็คสัญญานะว่าจะไม่กวนป๊าอีก

“พระเยซูรักฉันรู้แน่ พระคัมภีร์มีสอนไว้แท้ แม้ตัวฉันนั้นอ่อนหย่อนแรง แต่พระคริสต์ทรงฤทธิ์เข้มแข็ง พระเยซูรักฉัน พระเยซูรักฉัน พระคัมภีร์มีสอน จึงรู้อย่างนั้นแน่นอน” ผมร้องด้วยความเร็วสุดขีด จะได้กลับมาทำงานไวๆ

“ป๊าร้องอีกครั้ง เอาดีๆ” ผมไม่น่าเชื่อว่าจะได้ยินคำนี้

“เฮ้ยย ไม่ไหวแล้ว ก็สัญญาแล้วนี่ ป๊่าไม่ร้องแล้ว” ผมพูดอย่างหัวเสีย แล้วก็มามองหน้าจอต่อ หน้าเครียด คิ้วย่น ตาน่ิง ปากบึน เซ็งสุดขีด

เช็คเดินออกไป เพราะกลัว สักห้านาที…

มีเสียงเรียกเบาๆ มาอีก “ป๊า…” แต่ผมไม่ตอบ เพราะรำคาญ

“ป๊่า..” ผมไม่ตอบอีก

ผมได้ยินเสียงเบาๆ ถัดมา “เช็คอยากรับเชื่อ…”

ผมยังนิ่งๆอยู่ พร้อมคิดในใจ มามุกไหนเนี่ย อายุแค่ 5 ขวบ  เช็คเดินเข้ามาพร้อมพูดว่า “เช็คอยากรับเชื่อพระเยซู ต้องทำไงบ้างป๊่า เช็คอยากเชื่อพระเยซู”

ตาผมยังมองไปที่หน้าจอ สมองยังไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เจ้าตัวน้อยพูดสักเท่าไร ผ่านไปประมาณ 5 วินาที มีเสียงเตือนในใจผมจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ “จงมาหาเราเหมือนเด็กเล็กๆ เพราะแผ่นดินสวรรค์เป็นของพวกเด็กเหมือนกัน”  ผมหลับตาลง รู้สึกแย่มาก รู้สึกไม่ดีเลย พระองค์เจ้าข้า แต่ผม….ยุ่งมากกกกก ผมได้ยินเสียงอีก “แต่ชื่อของน้องเช็คจะจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิต นิรันดร์ นะลูก ในสวรรค์ยังชื่นชมยินดี แล้วลูกไม่ยินดีหรือ?”

ผมปิดเครื่องคอมพิวเตอร์บ้าบอทันที หันกลับมา มองตาเช็ค เขามองผมอยู่ ผมกอดเช็คแน่น แล้วก็น้ำตาไหลคลอเบ้า ผมได้ยินเสียงหัวใจอุ่นๆ เต้นแนบอก แล้วผมก็ถามว่า “เมื่อกี้นี้เช็คพูดว่าอะไรนะ”  ผมมองลูกด้วยความมึนงง

“เช็คอยากเชื่อพระเยซู ป๋าอธิษฐานให้หน่อย”

“ได้ซิลูก.. แล้วเช็คเชื่ออะไรเกี่ยวกับพระเยซูล่ะ พระเยซูเป็นใครล่ะ แล้วทำอะไรให้เช็ค” ผมถามแล้วมองเช็ค

“พระเยซูเป็นพระเจ้า ตายบนไม้กางเขน เพื่อล้างบาปเช็ค” เจ้าหนูน้อยตอบ

“เช็คเป็นคนบาปตอนนี้ใช่ไหม ชั่วร้ายไหม เช็คเป็นคนดีได้ไหม” ผมถามให้มั่นใจ “เป็นคนบาป เป็นคนดีไม่ได้”

“วันนี้เช็คเชื่อไหมว่า พระเยซูล้างความบาปเช็คหมดสิ้น ไม่เป็นคนบาปชั่วแล้ว” เช็คตอบว่า “ครับ”

ผมถามอีก “แล้วล้างหมดหรือยัง มีบาปเหลือไหมในใจ ล้างบาปพรุ่งนี้ด้วยไหม” เช็คตอบ “ล้างหมดแล้วครับ ไม่มีเหลือ” ผมถามอีก “ถ้าใจมีบาปอยู่ ยังเป็นคนบาป เช็คไปไหน”

“ไปนรก” แล้วคนสะอาด ชอบธรรมไปไหน “ไปสวรรค์”

“เช็คเชื่อว่าพระเยซูล้างบาปเช็คสะอาดหมดหรือยัง”

“หมดแล้ว”

“ไปหาพระเจ้าได้ไหม อธิษฐานพระเจ้าได้ยินไหม”

“ได้ครับ” เช็คตอบอย่างไม่ลังเล  “ถ้าตัวเองมีบาป อธิษฐานแล้วพระเจ้าได้ยินไหม เพราะบาปกั้นอยู่” ผมถาม “ไม่ได้ยิน” แกตอบ

“ถ้าเช็คปิดประตูกระจกกั้นไว้ แล้วเรียกป๊า ป๊าได้ยินไหมถ้าประตูกั้นขวางอยู่” ผมถาม และเช็คตอบว่า “ไม่ได้ยิน แต่ถ้าเปิดก็จะได้ยินดิ”

เช็คได้เชื่อแล้ว ในใจของเขามีเมล็ดพืชแห่งความเชื่อกำลังฝังตัวในจิตใจเขา เขาได้เอาชนะตัวเอง เอาชนะความคิดของตัวเอง และแบกกางเขนของพระองค์ รับเอาไม้กางเขนนั้น เป็นต้นไม้แห่งความชอบธรรม

เราอธิษฐานด้วยกัน ผมพูด เช็คหลับตา อธิษฐานตาม ผมไม่รู้หรอกว่า ภายภาคหน้าจะเป็นอย่างไรกับเขา สิ่งที่ผมขอพระเจ้าในวันแรกที่เขาเกิดยังจำได้ดีอยู่ในห้วงความคิด ผมเคยขอว่า ต่อให้เขาจะไม่ดีอย่างไร จะเป็นคนอย่างไรเมื่อโตขึ้น จะร่ำรวยหรือยากจน จะเรียนเก่งหรือไม่ จะทำอาชีพอะไร ผมขอว่า ผมไม่ได้ขอสิ่งเหล่านี้ให้เขา ผมขอพระเจ้าว่า่ ขอให้เขาได้พบกับพระเยซูคริสต์ในจิตใจเขาด้วยตัวเอง ให้ชีวิตเขาพบพระผู้ช่วยให้รอดที่แท้จริง

เช็คมาหาพระเยซูอย่างเด็กเล็กๆ เป็นความเชื่อแบบเด็กๆ ไม่มีพิธีรีตรอง ไม่มีจุ่มน้ำ ไม่มีศีลบัพติสมาด้วยพิธี มีแต่บัพติสมาในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ฝังคนเดิมที่เกิดมาในร่างของอาดัมที่ตายแล้ว ไม่มีจิตวิญญาณ ไม่มีชีวิต เขาฝังร่างที่เป็นคนบาป เข้าไปในการตายของพระเยซู และบังเกิดใหม่ฝ่ายวิญญาณ ฟื้นคืนชีวิตเพราะได้ชีวิตของพระเยซูกลับมาอยู่ในเขา เป็นชีวิตใหม่ เป็นต้นไม้ใหม่แห่งความชอบธรรมต่อหน้าพระเจ้าเสมอ เขาได้เป็นขึ้นมาจากตาย เหมือนที่พระเยซูเป็นขึ้นมาจากตาย และเขาจะไม่ตายฝ่ายวิญญาณอีกเลย เพราะส่ิงเดียวที่จะทำให้เขาตายได้อีก คือความบาป และเขาได้ยอมรับเชื่อว่า ความบาปได้ถูกล้างชำระหมดสิ้นแล้ว…ที่ไม้กางเขนนั้น โดยองค์พระผู้เป็นเจ้า เจ้านายแห่งชีวิตใหม่ของเขา

เมื่อเรารับเชื่อ เรากำลังปฏิเสธตัวเอง ถ้าเราเชื่อตัวเอง เราจะเชื่อพระเจ้าไม่ได้เลย ถ้าเราเชื่อตัวเอง และเชื่อว่าตัวเองทำได้ ตัวเองเป็นคนดีได้ เราจะมาหาพระเยซูไม่ได้ เราจะมาได้ก็แค่มาหาธรรมบัญญัติ มาหาพันธสัญญาเดิม คืิอแค่เปลี่ยนศาสนาเท่านั้น เปลี่ยนจากคำสอนของศาสนาหนึ่งที่ทำให้คนเป็นคนดี มาหาอีกศาสนาหนึ่งซึ่งก็สอนให้คนเป็นคนดีเหมือนกัน เพราะเราก็รู้อยู่ว่า ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี เมื่อคนหนึ่งรับเชื่อศาสนาคริสต์ เขาก็อาจกำลังรับเชื่อโมเสส และคำสอนของโมเสส ของดาวิด เกี่ยวกับพระเจ้าของอิสราเอล และก็รับเอาบัญญัตินั้น ก่อนพระคริสต์มา

แต่ธรรมบัญญัตินั้นเป็น “เงา” ของสิ่งประเสริฐจะเกิดขึ้นภายหลัง ซึ่งก็คือพระเยซุคริสต์นั่นเอง (ฮิบรู 10:1)  เป็น การเตรียมตัวเท่านั้น ธรรมบัญญัติเตรียมทาง เพื่อรอให้พระคริสต์ปรากฏ ธรรมบัญญัติทำให้เรา “จนมุม” ต่อตนเอง ว่าตัวเองนั้นทำไม่ได้เลย ตัวเองเป็นคนชอบธรรมด้วยตัวเองไม่ได้เลย เมื่อส่องสะท้อนและถูกเอาผิดด้วยธรรมบัญญัติ ธรรมบัญญัติ จะเอาผิดเราได้เสมอ แต่พระเจ้าตรัสว่า เราจะไม่จดจำความผิดบาปของเจ้าอีกเลย พระคัมภีร์ยืนยันสัจจะนี้ของพระเจ้า ว่า “ทั้งสิ้นนี้เกิดมาจากพระเจ้า   ผู้ทรงให้เราคืนดีกันกับพระองค์ทางพระเยซูคริสต์   และทรงโปรดประทานให้เรามีพันธกิจเรื่องการคืนดีกัน 19คือพระเจ้าทรงให้โลกนี้คืนดีกันกับพระองค์โดยพระคริสต์   มิได้ทรงถือโทษในการผิดของเขา” 2 โครินธ์ 5:19

12เพราะเราจะกรุณาต่อการอธรรมของเขา
และจะไม่จดจำบาปของเขาไว้เลย” ฮิบรู 8:12

ท่านล่ะ อยู่ใต้ธรรมบัญญัติในพันธสัญญาเดิม หรืออยู่ใต้พระคุณของพระคริสต์ในพันธสัญญาใหม่

ท่านยังมีชีวิตอยู่แบบเดิม เชื่อความดีของตนเอง การกระทำของท่านเป็นศูนย์กลางอยู่เสมอ หรือมีชีวิตใหม่ บังเกิดด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ เชื่อความดีของพระคริสต์ และมอบชีวิตของท่านให้เร่ิมต้นความเชื่อในการงานที่สิ้นสุดของพระเยซูที่ไม้กางเขน

Leave a Reply